Evolution of Samsung Galaxy S จากผู้ตาม กลายมาเป็นผู้นำ

 

สวัสดีเพื่อนๆชาว G2D เนื่องจากความสำเร็จอย่างล้นหลาม ของเจ้า Samsung Galaxy S8 ทำให้วันนี้ ผมมานั่งนึกย้อนกลับไป ถึงวิวัฒนาการของ มือถือตระกูล Galaxy S ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน ต้องบอกเลยว่า ในอดีตนั้น Samsung Galaxy S ตามหลัง iPhone อยู่ตลอด แม้ว่าจะมีการพัฒนาในเรื่องของ ฮาร์ดแวร์ มากเพียงใดก็ตาม แต่ก็ยังไม่วายมาปัญหากับ ซอฟแวร์อยู่เสมอ แต่ในปัจจุบัน ก็…. (คิดเอาเองนะจ๊ะ 5555+)

อย่างไรก็ตาม เรามาดูประวัติความเป็นมาของเจ้ามือถือ Samsung ตระกูล Galaxy S กันดีกว่านะครับ

Samsung Galaxy S

Released: June 2, 2010
 ถูกวางจำหน่ายเมื่อปี 2010 พร้อมยอดขายกว่า 20 ล้านเครื่องทั่วโลก มาพร้อมกับจอแสดงผล Super AMOLED ขนาดใหญ่ 4 นิ้วซึ่งเป็นจอที่ใหญ่ที่สุดในปีนั้น พร้อมกันนั้น Samsung ก็ได้ยัดเอา CPU ที่ตัวเองผลิตออกมา ใส่เข้าไปให้เจ้าตัว Galaxy S อีกด้วย แถมความเร็วก็จัดว่าแรงสุดๆในขณะนั้น (1000 MHz) เรียกได้ว่า เล่นใหญ่กว่า เจ้าของเทคโนโลยี อย่าง Apple ซะอีก
แต่อย่างไรก็ตาม Samsung Galaxy S ก็ไม่ได้เป็น Smart Phone ที่สมบูรณ์แบบ เหมือนที่ iPhone ทำได้ เนื่องจากปัญหาทางด้านซอฟแวร์และ CPU ที่ผลิตเองยังไม่สเถียร ทำให้ยังไม่สามารถเทียบรุ่นกับ iPhone 3GS ในขณะนั้นได้ ถึงแม้ว่า ฮาร์ดแวร์จะนำหน้าไปแล้วก็ตาม
หน้าตาของ Galaxy S1
หน้าตาของ Galaxy S

Samsung Galaxy S II

Released: April 28, 2011
เรือธงตัวที่สอง ของตระกูล Galaxy S มีงานที่ท้าทายมากๆในการนำความสำเร็จของ Galaxy S. กลับมาอีกครั้ง จริงๆแล้ว Samsung ใช้เวลาเพียง 55 วันในการขายมากกว่า 3 ล้านเครื่องทั่วโลกและใน 5 เดือนมีการจัดส่ง Galaxy S II ไปทั่วโลกกว่า 10 ล้านเครื่อง นอกจากนี้ Galaxy S II ยังได้รับการประกาศให้เป็น “สมาร์ทโฟนแห่งปี” ที่ MWC 2012 และปลายปี 2011 ซัมซุงก็ได้แซงหน้าแอปเปิลและโนเกียขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งโลกสมาร์ทโฟนได้สำเร็จ
หน้าตาของ Galaxy S2
หน้าตาของ Galaxy S2

Samsung Galaxy S III

Released: May 22, 2012

ถ้า Galaxy S II มีงานที่ยากลำบากในการสร้างชื่อให้กับตลาด Galaxy S III ต้องประสบความสำเร็จอย่างสูงกว่า S II อย่างแน่นอน ความคาดหวังของสาธารณชนเกี่ยวกับเรือธง Galaxy S III นั้นสูงมากในปี 2555 Samsung จึงได้ออกแบบมือถือใหม่ จอใหญ่กว่าเดิม เพิ่มเติมคือ วัสดุประกอบตัวเครื่องใช้โพลีคาร์บอเนตที่เคลือบผิวด้วย Hyperglaze พร้อมกับจอแสดงผล HD Super AMOLED Resolution ที่ใหญ่กว่าเดิม (720 x 1280 pixels)

 

หน้าตาของ Galaxy S3
หน้าตาของ Galaxy S3

 

Samsung Galaxy S4

Released: April 27, 2013

สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ระดับพรีเมี่ยมเครื่องแรกของโลก ที่มาพร้อมกับ CPU 8-core ภายใต้ดีไซน์การออกแบบตัวเครื่องที่ยังคล้ายกับ Samsung Galaxy S III  ภายในมีหน้าจอแสดงผลกว้าง 5 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1920×1080 พิกเซล Super AMOLED (441ppi) และยังมีการใส่เซ็นเซอร์ตรวจจับท่าทางของคำสั่งมือ (Gesture sensor) และเซ็นเซอร์ปิดหน้าจออัตโนมัติขณะสนทนาแนบหู (Proximity sensor) เข้ามาให้อีกด้วย

หน้าตาของ Galaxy S4
หน้าตาของ Galaxy S4

Samsung Galaxy S5

Released: March 27, 2014
เป็นรุ่นที่เรียกได้ว่า แย่ที่สุดของตระกูล Galaxy S เลยก็ว่าได้ครับ เนื่องด้วย ดีไซน์แบบฆ่าตัวตาย ของทีมออกแบบ ที่ให้ข้างหลังแลดูเป็นพลาสติก(แต่จริงๆไม่ใช่) จนมีคนบอกว่า ไม่เหมาะสำหรับเรือธง เหมือนพลาสเตอร์ยามากกว่า เนื่องด้วยปีนั้น(2014) เรือธงส่วนใหญ่หันมาใช้ Uni-body Metal กัน จึงทำให้รุ่นนี้โดนด่ายับ แถมในท้ายที่สุด ทาง Samsung ก็ได้ปลดหัวหน้าทีมดีไซน์ออก เพื่อชดเชยสิ่งที่พลาดไป แต่อย่างไรก็ตาม Galaxy S5 นั้น มาพร้อมกับการกันน้ำ กันฝุ่น IP67 เลยทีเดียว แถมยังใส่ Finger Scanner (แสกนลายนิ้วมือ) มาให้อีกด้วย (ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีความจำเป็นสักเท่าไหร่)
หน้าตาของ Galaxy S5
หน้าตาของ Galaxy S5

Samsung Galaxy S6 & S6 edge

Released: April 10, 2015
หลังจากทำแฟนๆหมดศรัทธาไปใน S5 ปีถัดมา Samsung ก็ได้กลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้ง ถึงแม้ว่ามือถือของซัมซุงถูกวิจารณ์มาตลอดว่าสเปกดีจริง แรงจริง แต่งานออกแบบ งานประกอบ วัสดุที่ใช้ดูไม่สมราคามือถือระดับเรือธง ในส่วนของซอฟต์แวร์เองก็ดู “เยอะ” ปรับแต่งพิสดารจนอัพเดตช้า แถมยังอุดมไปด้วยฟีเจอร์หรือแอพที่ดูเจ๋งตอนโฆษณา แต่ไม่มีประโยชน์ในการใช้งานจริงมากนัก แต่หลังจากเปิดตัว Galaxy S6, S6 edge ก็ได้ลบคำวิจาร์ณเล่านั้นไป เพราะทาง Samsung ได้ปรับดีไซน์ใหม่หมด อาจเป็นเพราะเปลี่ยนหัวหน้าทีมดีไซน์ ทำให้ฉีกกรอบการออกแบบ แบบเดิมๆ ที่จอจะต้องแบนๆ กลายมาเป็นขอบโค้งมน แถมมี app ตรงขอบด้านข้าง (ซึ่งหลายๆคนคงลำคาญมากกว่า) ฝาหลังไม่สามารถเปิดได้อีกแล้ว ด้านหลังเป็นกระจกเงา ดูสมราคาเรือธง ไม่เหมือน S5 เรียกได้ว่า ทำเอาเรือธงหลายๆรุ่น ยอดตกกันไปตามๆกันเลยครับ นี่ยังไม่รวม Wireless Charger ที่มีมาให้อีกนะครับ (จนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีใน iPhone เลยสักรุ่น)
หน้าตาของ Galaxy S6
หน้าตาของ Galaxy S6

Samsung Galaxy S7 & S7 edge

Released: February 22, 2016

ต่อยอดจากปี 2015 แล้ว ที่ Samsung Galaxy S6 ได้สร้างปรากฎการณ์ การออกแบบที่แหวก และสวย และปี 2016 Samsung Galaxy S7 ก็ได้เปิดตัว พร้อมดีไซน์เดิมที่เอามาปรับแต่งให้ดูดีขึ้น และลดขอบด้านข้างไม่ให้นูนมากเกินไป และมาพร้อมจอที่ไร้ขอบ (จริงใช้ขอบมนๆ หลอกตาว่ามันไร้ขอบ) และมาพร้อมกล้อง เทคโนโลยี Dual Pixel ที่สวย จนทุกคนอยากได้มาครอบครอง

หน้าตาของ Galaxy S7
หน้าตาของ Galaxy S7

Samsung Galaxy S8 & S8+

Released: March 29, 2017

และก็มาถึง Samsung Galaxy S8 เรือธงรุ่นล่าสุดของตระกูล S ที่ต้องมากู้หน้าของ Samsung เนื่องจากปัญหาการระเบิดของ Samsung Galaxy Note 7 ทำให้ทาง Samsung เดิมพันเต็มตัวกับ เรือธงตัวนี้ ดีไซน์ยังคงเป็นแบบโค้งมนเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ จอแบบใหม่ หน้าจอ Infinity Display หน้าจอไร้ขอบที่สวยงาม ขนาด 5.8 และ 6.2 นิ้ว และไร้ขอบ(หรือไปซ่อนที่ขอบข้างๆเหมือนเดิม??) และมาพร้อม สัดส่วนใหม่ 18.5:9 จากเดิมเคยเป็น 16 : 9 ถึงตรงนี้ อาจจะยังไม่ค่อยมี App รองรับ แต่ในอนาคต เราคงได้เห็นแน่นอน(ไหมนะ 555) แถมยังตามสมัย มีผู้ช่วยส่วนตัวเป็น AI มาให้อีกด้วย อ๊อ แล้วก็ยังเพิ่มมาตรฐานการกันน้ำ จากเดิม IP67 เป็น IP 68 อีกด้วยนะตัวเธอ

หน้าตาของ Galaxy S8
หน้าตาของ Galaxy S8

เป็นยังไงกันบ้างครับ สำหรับการย้อนรอยอดีตอันแสนหวานของ Samsung Galaxy S แน่นอนว่ากว่าจะมาเป็นผู้นำได้ขนาดนี้ ก็ตามหลังใครต่อใครมาหลายคนแล้วนะครับ

สุดท้ายนี้ ขอฝาก แฟนเพจ “ลุงยาม Gadgets ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจกันด้วยนะครับ สวัสดีครับ

Comments